ข่าวล่าสุด

:

นาซาพบหลุมบนดวงจันทร์ มีอุณหภูมิเหมาะสมให้มนุษย์อาศัยอยู่ได้

Moon หลุมบนดวงจันทร์                  NASA / GSFC / ASU

นาซาพบหลุมลึก 200 แห่งบนดวงจันทร์ ที่มีอุณหภูมิเหมาะสมให้มนุษย์อาศัยอยู่ได้ในระยะยาว

ดาวเทียมโคจรสำรวจดวงจันทร์ (Lunar Reconnaissance Orbiter - LRO) ขององค์การนาซา ค้นพบหลุมลึก 200 แห่งที่ภายในมีระดับอุณหภูมิคงที่ ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไปและใกล้เคียงกับอุณหภูมิห้องบนโลก ซึ่งเหมาะสมต่อการเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์อวกาศในระยะยาว

ตามปกติแล้วอุณหภูมิพื้นผิวของดวงจันทร์เปลี่ยนแปลงผันผวนอย่างสุดขั้วในแต่ละวัน โดยส่วนที่แสงอาทิตย์ส่องถึงจะมีอุณหภูมิสูงสุดในช่วงกลางวัน 127 องศาเซลเซียส และในเวลากลางคืนอุณหภูมิสามารถลดลงต่ำสุดได้ถึง -173 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

แต่หลุมลึกหลายแห่งที่ค้นพบในครั้งนี้ กลับมีอุณหภูมิภายในโดยเฉลี่ยไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ราว 17 องศาเซลเซียส ซึ่งคล้ายกับสภาพอากาศที่เย็นสบายในฤดูใบไม้ผลิบนโลก เนื่องจากปากหลุมบางแห่งมีโครงสร้างคล้ายชะง่อนผายื่นออกมา ช่วยบังแสงอาทิตย์ที่ร้อนแรงและรักษาระดับอุณหภูมิภายในให้คงที่ได้

ภายในหลุมลึกบางแห่งยังมีถ้ำมืดที่อบอุ่นอยู่ด้วย ซึ่งโครงสร้างตามธรรมชาติแบบนี้จะช่วยป้องกันมนุษย์อวกาศจากลมสุริยะ รังสีคอสมิก และอันตรายจากอุกกาบาตขนาดเล็กที่พุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์อยู่ตลอดเวลา นับว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสมต่อการตั้งฐานที่มั่นถาวร สำหรับมนุษย์อวกาศผู้บุกเบิกการก่อสร้างอาณานิคมต่างดาว

ผลการสำรวจดวงจันทร์ในครั้งนี้ ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Geographical Research Letters โดยไทเลอร์ ฮอร์วาธ นักศึกษาวิจัยระดับปริญญาเอกจากยูซีแอลเอ (UCLA) ซึ่งเป็นผู้นำทีมวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม LRO ของนาซา บอกว่า

“ก่อนหน้านี้การเอาชีวิตรอดในช่วงกลางคืนที่หนาวเหน็บบนดวงจันทร์ ถือว่าเป็นเรื่องยากมาก มนุษย์อวกาศจะต้องใช้พลังงานจากแหล่งต่าง ๆ ในระดับสูงเพื่อรักษาชีวิต แต่การค้นพบหลุมและถ้ำเหล่านี้จะช่วยขจัดอุปสรรคดังกล่าวออกไปได้ทั้งหมด” ฮอร์วาธกล่าว


Lunar Reconnaissance Orbiter                 Lunar Reconnaissance Orbiter - LRO / NASA



  นาซา ค้นพบน้ำบนพื้นผิวด้านสว่างของดวงจันทร์

กล้องตรวจวัดความร้อนของดาวเทียม LRO พบว่า แม้อุณหภูมิที่ก้นหลุมในบริเวณที่แสงแดดส่องถึงจะร้อนทะลุจุดเดือดในเวลากลางวัน แต่ส่วนที่อยู่ใต้ร่มเงาของชะง่อนผาและในถ้ำกลับเย็นสบายตลอดเวลา

ตัวอย่างเช่นหลุมความลึก 100 เมตรแห่งหนึ่งที่ “ทะเลแห่งความเงียบสงบ” (Mare Tranquillitatis) ซึ่งเป็นพื้นที่ปกคลุมด้วยหินลาวาสีดำแถบเส้นศูนย์สูตรของดวงจันทร์ อุณหภูมิก้นหลุมส่วนที่ถูกแดดแผดเผาในเวลาเที่ยงวันสูงถึง 149 องศาเซลเซียส จัดว่าเป็นจุดที่ร้อนที่สุดบนพื้นผิวดวงจันทร์เลยทีเดียว แต่ทว่าส่วนที่อยู่ในร่มเงาและในถ้ำของหลุมนั้น อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงขึ้นลงจากระดับ 17 องศาเซลเซียสเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หลุมและถ้ำลักษณะนี้เกิดจากการก่อตัวของ “ท่อลาวา” (Lava tube) เมื่อหลายพันล้านปีก่อน ในยุคที่ดวงจันทร์ยังคงมีภูเขาไฟระเบิดรุนแรง โดยขณะที่ลาวาไหลไปบนพื้นผิวดาว หินหลอมละลายด้านบนได้เย็นลงและจับตัวแข็ง ส่วนลาวาด้านล่างยังคงไหลกัดเซาะพื้นผิวดาวต่อไป จนเกิดเป็นโพรงถ้ำใหญ่เมื่อลาวาถูกระบายออกไปจนหมด

ในเวลาต่อมาชั้นของลาวาที่จับตัวแข็งเป็นเพดานถ้ำพังทลายลงบางส่วน ทำให้เกิดหลุมที่มีชะง่อนผาด้านบนและมีถ้ำที่เกิดจากทางเดินของลาวาอยู่ด้านล่าง คล้ายกับถ้ำคาซึมุระ (Kazumura) ที่ฮาวาย และถ้ำ La Cueva del Viento ที่หมู่เกาะคานารี (Canary Islands)

 “หลุมและถ้ำที่มีอุณหภูมิพอเหมาะเหล่านี้ เกิดจากท่อลาวาใต้ดินที่เพดานบางส่วนพังลง เนื่องจากถูกอุกกาบาตขนาดไม่ใหญ่นักพุ่งชน หรือไม่ก็เกิดจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวในอดีต” ฮอร์วาธกล่าวอธิบาย

“หลุมตัวอย่างที่เราศึกษาในเขตทะเลแห่งความเงียบสงบนั้น อยู่ไม่ไกลจากจุดลงจอดของยานในภารกิจอะพอลโล 11 และ 17 มากนัก จึงมีความเป็นไปได้ในอนาคตว่า เราจะส่งหุ่นยนต์ลงสำรวจสถานที่จริง เพื่อเก็บข้อมูลภายในหลุมเพิ่มเติมและประเมินถึงศักยภาพในการเป็นฐานที่มั่นของมนุษย์ได้อย่างแม่นยำต่อไป


 ที่มา  BBC Thai

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: