ข่าวล่าสุด

:

เมืองโอ๊คแลนด์ของนิวซีแลนด์ขึ้นอันดับหนึ่งเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2021

auckland city                      Images : learningcurve-th.com

เมืองโอ๊คแลนด์ของนิวซีแลนด์ขึ้นอันดับหนึ่งเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2021 โดยส่วนสำคัญมาจากความสามารถของรัฐบาลในการควบคุมการระบาดของโควิด-19

ศูนย์วิจัย อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (The Economist Intelligence Unit - EIU) ในเครือของนิตยสาร "ดิ อีโคโนมิสต์ ระหว่างเดือน ก.พ. ถึง มี.ค. 2021 เผยผลการสำรวจและจัดอันดับเมืองน่าอยู่ และพบว่า คะแนนความน่าอยู่เฉลี่ยของทั่วโลกลดลง 7 คะแนน เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของคะแนนในช่วงก่อนที่จะมีการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ซึ่งเป็นผลมาจากการปิดพรมแดน ความสามารถในการรับมือกับวิกฤตด้านสุขภาพ และความเร็วในการให้วัคซีนแก่ประชาชน

โดยเมืองที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกในปีนี้ได้แก่ เมืองโอ๊คแลนด์ ของนิวซีแลนด์ โดยมีส่วนสำคัญมาจากความสามารถในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว จำนวนผู้ติดเชื้อลดต่ำลง และส่งผลให้มีการยกเลิกมาตรการควบคุมการระบาดต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น ต่างจากประเทศอื่น ๆ ในโลก

นิวซีแลนด์ยังคงเปิดโรงละคร ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอยู่ ส่วนนักศึกษาก็สามารถที่จะเดินทางไปโรงเรียนได้ ทำให้เมืองโอ๊คแลนด์ได้คะแนนในส่วนของการศึกษา 100% ส่งผลให้อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกของเมืองโอ๊คแลนด์ขยับขึ้นมา 6 อันดับ จากการจัดอันดับในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2020

อันดับสองคือ นครโอซากาของญี่ปุ่น ตามมาด้วยเมืองแอดิเลด ของออสเตรเลีย ส่วนกรุงเวลลิงตันของนิวซีแลนด์ และกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ครองอันดับ 4 ร่วมกัน ตามมาด้วยเมืองเพิร์ธ ของออสเตรเลีย, เมืองซูริก ของสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนนครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ และเมืองเมลเบิร์นของออสเตรเลีย ครองอันดับ 8 ร่วมกัน และอันดับ 10 คือเมืองบริสเบน ของออสเตรเลีย

โดย 6 เมือง ใน 10 เมืองที่ได้รับการจับอันดับว่าน่าอยู่ที่สุดในโลก อยู่ในนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย ซึ่งมีการควบคุมพรมแดนอย่างเข้มงวด ทำให้ผู้พักอาศัยสามารถใช้ชีวิตได้ค่อนข้างปกติ


เมืองในยุโรปและแคนาดาหลายแห่งมีอันดับลดต่ำลง จากการเผชิญกับการระบาดระลอกสองของโควิด-19 ทำให้ต้องมีการควบคุมการจัดกิจกรรมด้านกีฬาและวัฒนธรรม ปิดโรงเรียนและร้านอาหาร

ส่วนเมืองที่อยู่อันดับท้าย ๆ การจัดอันดับเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกยังไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยกรุงดามัสกัสของซีเรียยังรั้งอับดับท้ายสุด

การจัดอันดับนี้มาจากการสำรวจและประเมินข้อมูลเมืองทั่วโลก 140 แห่ง ของ EIU ใน 5 ด้าน ได้แก่ เสถียรภาพของประเทศ, สาธารณสุข, การศึกษา, วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐาน ระหว่างวันที่ 22 ก.พ. - 21 มี.ค. 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่เมืองต่าง ๆ กำลังต่อสู้กับการระบาดของโควิดในระยะต่าง ๆ ส่งผลให้ปีนี้คะแนนด้านสาธารณสุขลดต่ำลงในเมืองส่วนใหญ่ทั่วโลก

ขณะนี้กำลังมีให้วัคซีนซึ่งมีประสิทธิภาพแตกต่างกันทั่วโลก EIU คาดว่า สิ่งที่จะเห็นในการสำรวจครั้งต่อไปคือ สภาพแวดล้อมในเมืองที่ยากจนน่าจะย่ำแย่ลง หากไม่สามารถจัดหาวัคซีนมาใช้ป้องกันการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ๆ ได้

ระบบสาธารณสุขที่อ่อนแออาจเผชิญกับความตึงเครียดมากขึ้น อย่างที่เกิดในอินเดีย การฉีดวัคซีนที่ช้าลงจะส่งผลทำให้มีการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดมากขึ้น ดังนั้นจึงส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังส่งผลถึงการสำรวจในด้านอื่น ๆ เช่น เสถียรภาพ

ตัวชี้วัดอัตราการฟื้นตัวของความน่าอยู่ในภูมิภาคส่วนใหญ่จะกำหนดโดยความสามารถควบคุมความเสี่ยงที่มีต่อสุขภาพ จากการระบาดใหญ่ของโควิดอย่างได้ผล ผ่านการให้วัคซีน การตรวจหาเชื้อ การแกะรอย และมาตรการกักกันตัว การป้องกันผลกระทบรุนแรง อย่างการเกิดขึ้นของเชื้อกลายพันธุ์ที่ต้านทานวัคซีน อาจทำให้คะแนนด้านวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมดีขึ้นได้ โรงเรียนอาจเริ่มเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ระบบสาธารณสุขจะยังคงเผชิญกับแรงกดดัน ขณะที่พยายามดูแลรักษาผู้ป่วยอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับโควิดที่สะสมอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้พักอาศัยในเมืองต่าง ๆ อาจให้คุณค่าเรื่องต่าง ๆ เปลี่ยนไป พื้นที่สีเขียวได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ขณะที่การขนส่งสาธารณะได้รับความนิยมลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด


 


ที่มา BBC Thai


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: