ข่าวล่าสุด

:

เจ้ย อภิชาติพงศ์ กับผลงานสร้างชื่อ Memoria และสปีชของเขา

เจ้ย อภิชาติพงศ์                        เจ้ย อภิชาติพงศ์ (Image : reuters)

เจ้ย อภิชาติพงศ์ กับผลงานสร้างชื่อ Memoria และสปีชของเขา

“...ผมโชคดีที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ในขณะที่เพื่อนร่วมชาติของผมจำนวนมากเดินทางไม่ได้ หลายคนต้องเผชิญกับความลำบากอย่างสาหัสจากโรคระบาด เพราะความผิดพลาดในการบริหารงานของรัฐ การจัดการทรัพยากรและการเข้าถึงวัคซีน ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลโคลอมเบีย รวมทั้งรัฐบาลประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ขอให้ตื่นขึ้นและทำงานเพื่อประชาชนของพวกคุณ เดี๋ยวนี้...”

นี่คือคำพูดของเจ้ย - อภิชาติพงศ์ ผู้กำกับชื่อดังชาวไทยที่ได้กล่าวใน งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 74 ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนอกจากนี้เขายังกล่าวอีกว่า

 “...นี่เป็นการเดินทางที่ยาวนานและเต็มไปด้วยความรู้สึกหลายๆ อย่างหลังล็อกดาวน์ โดยนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ดูหนังพร้อมๆ กับทุกคน เหมือนเป็นการกลับมาเจอกันอีกครั้ง เป็นการได้มาแชร์การดูและการฟังไปด้วยกัน…”

อภิชาติพงศ์ ยังกล่าวปิดท้ายด้วยประโยคที่หลายคนประทับใจ  “...Long Live Cinema!...”

เจ้ย - อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุลคือใคร

  เจ้ยเป็นผู้กำกับภาพยนต์แนวหน้า ที่ได้สร้างสรรค์งานภาพยนตร์จนกระทั่งได้กลายมาเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 4 ครั้ง จากผลงานดังต่อไปนี้
ปี 2002 รับรางวัล Un Certain Regard Prizes จากภาพยนตร์เรื่อง “สุดเหน่หา”
ปี 2004 รับรางวัล Jury Prize จากภาพยนตร์เรื่อง “สัตว์ประหลาด”
ปี 2010 รับรางวัล Palme d’Or จากภาพยนตร์เรื่อง “ลุงบุญมีระลึกชาติ”
และผลงานล่าสุดที่พึ่งจะได้รับรางวัล Jury Prize ในปี 2021 คือภาพยนตร์เรื่อง Memoria ด้วยผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัล จึงทำให้เขาได้สปีชประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการบริหารของภาครัฐในไทยออกไป


เจ้ย อภิชาติพงศ์ กับนักแสดง Memoria                       เจ้ย อภิชาติพงศ์ กับนักแสดง Memoria (Image : reuters)

ภาพยนตร์สร้างชื่อ เรื่อง “Memoria”

   ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดยนักแสดงหญิง “ทิลดา สวินตัน” ชาวอังกฤษ, “ฌาน บาลิบาร์” ชาวฝรั่งเศส,  “เอกิน ดิแอซ” และ “ฆวน พาโบล อูร์เรโก”  ชาวโคลอมเบีย โดยทั้งหมดได้ถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงชาวสกอตแลนด์คนหนึ่งชื่อ “เจสสิกา” ซึ่งเธอสัมผัสได้ถึงเสียงและภาพของอะไรบางอย่าง ทำให้เธอเดินทางออกตามหาเสียงๆ นั้น เรื่องราวภายในเรื่องถ่ายทำที่เมืองโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย

เรื่องราวในภาพยนตร์เป็นประสบการณ์ของเจ้ย ที่เคยได้ยินเสียงที่ดังอยู่ในหัวหลังตื่น นอนทุกๆ เช้า

ส่วนผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเจ้ย อภิชาติพงศ์ ก็มี
ปี 2000 เรื่อง “ดอกฟ้าในมือมาร”
ปี 2003 เรื่อง “หัวใจทรนง”
ปี 2006 เรื่อง “แสงศตวรรษ”
ปี 2012 เรื่อง “แม่โขงโฮเต็ล”
ปี 2015 เรื่อง “รักที่ขอนแก่น”
ปี 2015 เรื่อง “หมอกแม่ริม”
ปี 2018 เรื่อง “Song of the City”
ปี 2008 เรื่อง “Blue”

สำหรับคอภาพยนตร์อาจจะเคยได้รับชมผลงานของคุณเจ้ยมาบ้างแล้ว แต่ใครที่ยังไม่เคยดูก็สามารถหามารับชมกันได้ในช่วงที่หลายจังหวัดยังคงล็อกดาวน์ ส่วนประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองนั้น หากจะบอกว่าเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลที่สามารถพิพากษ์พิจารณ์เรื่องราวบางอย่างได้ก็ไม่ผิดนัก เพราะหากเราต้องอยู่ในสังคมที่ถูกปิดปาก โดยกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจมากกว่านั้นหมายความว่าสังคมเราเองอาจกำลังมีปัญหา อย่างไรก็ตามการเคารพพื้นที่การแสดงความคิดเห็นและไม่คุกคามกันนั้นคือสิ่งที่ถูกต้องมากที่สุด


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: