ข่าวล่าสุด

:

ไฟเซอร์-โมเดอร์นา ขึ้นราคาวัคซีนในอียู หลังความต้องการพุ่งสูง

ไฟเซอร์และโมเดอร์นา

ไฟเซอร์-โมเดอร์นา ขึ้นราคาวัคซีนในอียู หลังความต้องการพุ่งสูง

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ว่าผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 รายใหญ่ของโลก ซึ่งได้แก่บริษัทไฟเซอร์และโมเดอร์นา ได้ตัดสินใจขึ้นราคาวัคซีนในสัญญาซื้อขายและส่งมอบฉบับล่าสุดที่ทำกับสหภาพยุโรป (อียู) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สัญญาซื้อขายบางส่วนที่ไฟแนนเชียลไทมส์ได้เห็น ระบุว่าราคาใหม่ของวัคซีนต้านโควิดจากไฟเซอร์จะอยู่ที่ 19.50 ยูโร หรือราว 762 บาทต่อหนึ่งโดส เพิ่มขึ้นจากราคาเดิมที่ 15.50 ยูโร หรือราว 606 บาท นับว่ามีราคาแพงขึ้นถึง 25% เลยทีเดียว

ส่วนวัคซีนของโมเดอร์นาจะจำหน่ายในราคา 25.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 840 บาทต่อหนึ่งโดส ถือว่าแพงขึ้นเกือบ 100 บาท หรือปรับสูงขึ้น 10% จากราคาเดิม แต่ราคาใหม่ล่าสุดก็ยังต่ำกว่าที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งอยู่ที่ 28.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหนึ่งโดส

แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของอียูเผยว่า มีการปรับลดราคาที่เพิ่มขึ้นของวัคซีนโมเดอร์นาลงเล็กน้อยในภายหลัง เนื่องจากสหภาพยุโรปมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

สัญญาซื้อขายฉบับล่าสุดระบุให้ทั้งสองบริษัทส่งมอบวัคซีนทั้งหมด 2,100 ล้านโดสแก่อียู ตลอดช่วงเวลา 2 ปีข้างหน้าไปจนถึงปี 2023


การเจรจาเพื่อปรับราคาวัคซีนใหม่ครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตาระบาดหนักในยุโรป รวมทั้งผลทดลองในระดับคลินิกขั้นที่ 3 บ่งชี้ว่า วัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ของทั้งสองบริษัท มีประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันและต้านทานไวรัสโควิดกลายพันธุ์ได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับวัคซีนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีประเภทอื่นซึ่งมีราคาถูกกว่า

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมาธิการยุโรปออกมาแถลงว่า อียูใกล้จะบรรลุเป้าหมายในการฉีดวัคซีนต้านโควิดครบโดส ให้แก่ประชากรวัยผู้ใหญ่อย่างน้อย 70% ก่อนสิ้นสุดช่วงฤดูร้อนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าได้แล้ว ทั้งยังคาดว่าจะได้รับวัคซีนกว่า 1,000 ล้านโดส จากผู้ผลิตทั้งหมด 4 ราย ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ด้วย

ข่าวการขึ้นราคาวัคซีนของไฟเซอร์และโมเดอร์นา ยิ่งตอกย้ำปัญหาความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงวัคซีนโควิดระหว่างประเทศที่ร่ำรวยและยากจน โดยก่อนหน้านี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เคยออกมาตำหนิบริษัทไฟเซอร์และโมเดอร์นาว่า กำลังมุ่งผลิตวัคซีนเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศร่ำรวย ซึ่งประชากรมีอัตราการได้รับวัคซีนสูงอยู่แล้ว ทั้งที่สองบริษัทดังกล่าวควรจะเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ (COVAX) เพื่อช่วยกระจายวัคซีนไปยังประเทศที่ขาดแคลนอยู่ให้มากกว่านี้

ที่มา  BBC Thai

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: