ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

5 วิธียกกระชับใบหน้าที่คนนิยมมากที่สุด



    ผิวหน้าหย่อนคล้อย รอยเหี่ยวย่น ปัญหาผิวเสื่อมสภาพ เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนวัย 40 ขึ้นไป แต่ในปัจจุบันนี้เรามีนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพมากมายมาช่วยแก้ปัญหาด้านผิวพรรณและการชะลอวัยโดยเฉพาะ วันนี้เราจะพามารู้จักกับ 5 วิธียกกระชับผิวหน้าที่คนนิยมมากที่สุด เผื่อจะเป็นทางเลือกให้สาวๆหนุ่มๆ ที่กำลังมองหาวิธีกู้คืนผิวหน้าอ่อนเยาว์ ให้กลับมากระชับ สร้างความมั่นใจให้ตัวเองอีกครั้ง

    1.การลิฟต์หน้าด้วยโบท็อกซ์ (Botox)

    การฉีดสารโบทูลินั่มท็อกซิน หรือที่สาวๆในวงการเสริมความงามรู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อ ‘โบท็อกซ์’ นิยมมากสำหรับการเน้นกรอบหน้า ลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณกราม ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กได้รูปตามต้องการ แต่รู้หรือไม่ว่าการฉีดโบท็อกซ์ยังสามารถช่วยยกกระชับผิวหน้าได้อีกด้วย โดยแพทย์จะใช้เทคนิค 2 แบบคือ Dermalift การฉีดเข้าบริเวณกรอบหน้าด้านบน ช่วยยกใบหน้าขึ้น ทำให้ผิวกระชับ และแบบ Nefertiti ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากราชินีอียิปต์ผู้เลอโฉมเหนือกาลเวลา เป็นการฉีดเข้าบริเวณกรอบหน้าส่วนล่างและคอ เพื่อช่วยดึงผิวหน้าให้เต่งตึงนั่นเองค่ะ การยกกระชับผิวหน้าด้วยโบท็อกซ์นั้นสะดวก ใช้เวลารักษารวดเร็ว ราคาไม่แพง เห็นผลใน 1-2 สัปดาห์ ผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 1-4 เดือนแล้วแต่เทคนิคและชนิดของโบท็อกซ์ด้วยค่ะ

    2.เติมเต็มผิวให้กระชับด้วยฟิลเลอร์ (Filler)

    การฉีดฟิลเลอร์ เป็นการเติมสาร ‘ไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid)’ เข้าไปใต้ชั้นผิว เพื่อทดแทนเซลล์ผิวที่เสื่อมสลาย จากกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินที่น้อยลง สวนทางกับอายุที่มากขึ้น นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมผิวของคนเราจึงดูแห้งกร้าน ขยายตัว เสื่อมโทรมไปตามวัย แถมมีตัวเร่งจากการโดนทำร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยมลภาวะ แสงแดด อากาศและสิ่งเร้าต่างๆ การฉีดฟิลเลอร์จะเป็นที่เข้าใจว่าช่วยเติมเต็มได้เพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงนั้นใช้ช่วยในการยกกระชับผิวเช่นกันค่ะ เมื่อฉีดฟิลเลอร์เพื่อเข้ามาเติมเต็มส่วนที่สึกหรอ ร่องลึกร่องตื้น ซัพพอร์ตโครงสร้างต่างๆ จึงทำให้ผิวที่ดูหย่อนคล้อยกลับมากระชับได้นั่นเองค่ะ ทำให้ผิวมีความเอิบอิ่ม ผิวที่ขาดน้ำกลับมาดูสดใส ทวงคืนความกระชับ ยืดหยุ่นให้กับใบหน้าของคุณ

    สารไฮยาลูโรนิคนั้น เป็นสารที่มีการสร้างตามธรรมชาติในร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้นกระบวนการสร้างจึงชะลอตัวลง การรักษาด้วยฟิลเลอร์จึงเปรียบเสมือนการเลียนแบบกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ฟิลเลอร์ยังมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ผลลัพธ์คงอยู่สูงถึง 1-2 ปี แต่หากผิวของคุณมีความอ่อนแอมาก ฟิลเลอร์อาจจะไม่ได้ให้ผลลัพธ์เท่าที่ควร

    3.กระตุ้นผิวด้วยไฮฟู่ (HIFU)

    สำหรับคนไหนที่กลัวเข็ม กลัวการผ่าตัด ‘ไฮฟู่’ นับเป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับคุณค่ะ ไฮฟู่เป็นการรักษาปัญหาผิวโดยใช้คลื่นเสียง พัฒนามาจากนวัตกรรมอัลตราซาวด์ส่องครรภ์ เข้าไปยกกระชับผิวคล้ายการผ่าตัดเย็บเนื้อ กระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนและสร้างเซลล์มาทดแทน เซลล์ใหม่จะมีความแข็งยืดหยุ่น ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวอ่อนวัยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่บริเวณผิวภายนอกไม่ถูกทำร้ายหรือเป็นอันตรายใดๆเมื่อเทียบกับการทำเลเซอร์ การรักษาด้วยไฮฟู่สามารถเห็นผลทันทีหลังทำ สามารถคงสภาพประมาณ 5-6 เดือน เหมาะกับสภาพผิวที่มีริ้วรอยไม่หนักมาก ผิวหย่อนคล้อยต้องการความกระชับ ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น ถูกใจวัยรุ่นสุดๆ


    4.ปรับผิวให้อ่อนวัยสดใสด้วยเทอมาจ (Thermage)

    ‘เทอมาจ’ เทคโนโลยีที่ใช้คลื่นวิทยุส่งพลังงานไปยังชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว พลังงานความถี่สูงจะกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนและเซลล์ผิว ทำให้ผิวกระชับเกิดความยืดหยุ่น รวมถึงการจัดเรียงตัวใหม่ของเซลล์ที่เป็นระเบียบมากขึ้นจะช่วยเนรมิตความเรียบเนียนสู่ผิวเราอีกครั้ง นอกจากนี้ใครที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด เซลลูไลท์ต่างๆ จะต้องปลื้มเจ้าตัวนี้สุดๆ เพราะเทอมาจสามารถสร้างความร้อนจากคลื่นวิทยุไปสลายไขมันที่อยู่ลึกใต้ผิวในคราวเดียวกัน เรียกได้ว่าทำหนึ่งได้ถึงสองเลยค่ะ อย่างไรก็ตามเทอมาจอาจจะไม่สามารถส่งพลังงานไปจนถึงชั้น SMAS ที่คุณหมอทำการผ่าตัดผิวได้ แต่ถ้าอยากได้ผลลัพธ์ทั้งช่วยยกกระชับผิวในระดับกลางและสลายไขมันด้วย เทอมาจนี่แหละตอบโจทย์เลย

    5.ยกกระชับผิวด้วยนวัตกรรมใหม่อย่าง อัลเทอร่า (Ultherapy)

    นวัตกรรมการรักษาผิวน้องใหม่มาแรง ‘อัลเทอร่า’เป็นการรักษาโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงทรงประสิทธิภาพ ถูกพัฒนามาเพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวระดับลึกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ที่ลงลึกถึงชั้น SMAS ชั้นกล้ามเนื้อใต้ชั้นผิวที่ทำหน้าที่แสดงสีหน้าต่างๆ โดยปกติแล้วแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อเย็บผิวชั้นนี้ให้ตึง ในการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยหนักๆ ให้กลับมากระชับอีกครั้ง และนี่ถือเป็นข่าวดีของหนุ่มสาวที่กลัวเข็ม กลัวการผ่าตัด เพราะอัลเทอร่าจะฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่ ส่งเสริมการทำงานของคอลลาเจนและอีลาสตินให้สปริงตัวอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่หลังการรักษา คงสภาพผิวไปอีก 1-2 ปี ลืมไปได้เลยว่าผิวจะเบิร์นจากคลื่นแสงและวิทยุ เพราะอัลเทอร่าจะเป็นมิตรกับผิวชั้นนอกของคุณนั่นเอง

     แต่ก่อนจะตัดสินใจทำการรักษาในด้านใดก็ตาม เราควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราจะได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ได้มาตรฐานปลอดภัย โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง สถานพยาบาลที่ได้รับการยอมรับ รวมถึงพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่ากับการลงทุนที่จ่ายไปค่ะ
สสส.


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: