ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

ขอบตาดําคล้ำ แก้ไขได้อย่างไร ?

ขอบตาดำ

     วิธีรักษาขอบตาคล้ำ ฟิลเลอร์ใต้ตายังคงเป็นคำตอบที่แพทย์มักแนะนำให้กับคนที่อยากรักษาขอบตาดำ หรือปัญหาตาโหล ตาลึก ใต้ตาเป็นร่องลึกมีรอยคล้ำ เพราะช่วยให้ได้ผลลัพธ์หลังทำทันทีโดยไม่ต้องเจ็บตัวจากการผ่าตัด ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงก็สามารถเติมฟิลเลอร์ใต้ตาได้

    ต้นเหตุของปัญหาขอบตาดำมาก เป็นเพราะ ?
     ในช่วงวัยรุ่นแม้จะมีโอกาสพบปัญหาเกี่ยวกับเบ้าตาดำ ขอบตาดำคล้ำได้ในบางคน แต่จะพบในผู้สูงวัยได้มากกว่า เนื่องจากผิวค่อย ๆ บางลง ความหย่อนคล้อยของหนังตาก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อง ๆ จากการที่ระบบไหลเวียนเลือด, ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้ไม่ดีเหมือนในวัยหนุ่มสาว ผิวหนังมีการสะสมของไขมันน้อยลง ปัญหาขอบตาดำจึงเห็นได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ
    - ใครที่มีเบ้าตาลึกเป็นโครงหน้ามาตั้งแต่เกิดแล้ว ขอบตาดำอาจเห็นได้ชัดขึ้นโดยเฉพาะตอนที่แสงมาตกกระทบจนเห็นเป็นเงามืด
    - กรรมพันธุ์ของคนในครอบครัว มีลักษณะขอบตาดำ ผิวหนังรอบดวงตาดูคล้ำกันอยู่แล้วแทบทุกคนในบ้าน
    - ในคนที่เลือดไหลเวียนไม่ดี เป็นโรคภูมิแพ้ พบว่ามีโอกาสขอบตาดำมากกว่าคนปกติ เพราะผิวหนังใต้ตามีเลือดคั่งอยู่ จากการที่จมูกและตาบวม จนส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี
    - คนที่ชอบขยี้ตา หรือออกแดดโดยไม่ทาครีมกันแดดสำหรับใต้ตา ขอบตาจะดำขึ้น เพื่อเม็ดสีเมลานินถูกสร้างเพิ่มขึ้น
    - ยิ่งวัยเพิ่มมากขึ้น เส้นเลือดดำยิ่งมองเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้น เพราะผิวหนังรอบดวงตาจะค่อย ๆ บางลง จนเห็นได้ถึงขอบตาดำ รวมถึงคนที่นอนน้อย นอนไม่พอก็พบปัญหานี้ได้ด้วยเช่นกัน

    วิธีป้องกันไม่ให้ขอบตาดำ ร่องใต้ตาลึก
    ปัญหาขอบตาดำจะป้องกันได้ลำบากค่ะถ้าเกิดมากจากวัยที่เยอะขึ้น พันธุกรรม ฮอร์โมน หรือโรคประจำตัว แต่ยังเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลาได้ เพื่อเสริมความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
    ส่วนขอบตาดำคล้ำที่มีต้นเหตุมาจากปัจจัยอื่น ๆ หากต้องการป้องกันไม่ให้รอบดวงตาดูดำคล้ำมากยิ่งขึ้น อาจใช้การดูแลตัวเองอย่างเช่น หลีกเลี่ยงการนอนดึก, เล่นโยคะหรือออกกำลังเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน, การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือเครื่องสำอางที่อ่อนโยนและเหมาะสมกับผิวบริเวณรอบดวงตา, การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อบำรุงและฟื้นฟูผิวรอบดวงตาให้กลับมาสดใสขึ้นอีกครั้ง

    ขอบตาดำคล้ำ จะรักษาให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง ?
    การจะแก้ปัญหาขอบตาดำ ใต้ตามีริ้วรอยหรือความหมองคล้ำ ให้ใบหน้ากลับมาดูอ่อนเยาว์สดชื่นขึ้น มีให้เลือกทั้งวิธีทางการแพทย์ และการดูแลตัวเองตามวิถีธรรมชาติ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลยค่ะ

    การรักษาขอบตาดำคล้ำให้ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ด้วยวิธีทางการแพทย์ มีอะไรบ้าง
    หลายคนจำเป็นต้องออกงาน หรือพบปะผู้คนจึงอยากหาวิธีรักษาขอบตาดำคล้ำให้ดูดีขึ้นได้แบบรวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน ได้แก่

    การรักษาขอบตาดำด้วยการทำ IPL แสงเข้มข้น หรือใช้เลเซอร์เพื่อปรับสภาพผิว แบบเปลี่ยนผิว
     การทำเลเซอร์ หรือ IPL ช่วยบรรเทาความหมองคล้ำใต้ดวงตาได้ แต่หลังจากทำแล้วเราต้องงดออกแบบประมาณ 3 เดือน – ครึ่งปีรวมถึงต้องดูแลใบหน้าให้ดีเป็นพิเศษ แต่วิธีการเหล่านี้จะไม่สามารถแก้ขอบตาดำอันเกิดจากวัยที่เพิ่มมากขึ้น หรือเบ้าตาลึกจากกระดูกที่เกิดการทรุดตัวลงตามวัยได้ ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จึงเป็นวิธีรักษาขอบตาดำที่ปลอดภัยมาก เห็นผลได้ทันทีหลังทำ เหมาะกับยุคสมัยที่ต้องการความรวดเร็วแบบทุกวันนี้ค่ะ

    การรักษาขอบตาดำแบบเร่งด่วน ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
     การรักษาขอบตาดำ ความหมองคล้ำเยอะ ๆ บริเวณใต้ตา การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคือวิธีการที่ตรงจุด และให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างชัดเจน ผิวใต้ตาดูสดใสขึ้น filler จะไปช่วยเติมความชุ่มชื้น, เติมเต็มผิวหนังใต้ตา ปกปิดเม็ดสีรวมถึงเส้นเลือดที่ดูคล้ำบริเวณใต้ผิวหนังให้ดูดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะขอบตาคล้ำอันเกิดจากวัย โรคภูมิแพ้ หรือพันธุกรรม การเติมฟิลเลอร์ก็ช่วยบรรเทาได้ เห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลังทำทันทีค่ะ

    ผู้ที่มีปัญหาขอบตาดำเยอะ ใต้ตาหมองคล้ำ สามารถฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกบริเวณใต้ตาให้ดูเนียนเรียบยิ่งขึ้น ลดปัญหาถุงใต้ตาบวม ช่วยให้ผิวหนังใต้ตาดูสดใส สว่างขึ้นกว่าเดิม

    ลดขอบตาดำ ด้วยการฉีดเมโส
     อีกหนึ่งวิธีทางการแพทย์ที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ผิวมากยิ่งขึ้น เพิ่มความสว่างสดใสให้ขอบตาดำกลับมาดูมีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง ด้วยการฉีดเมโส ซึ่งนำเอาตัวยาที่มีส่วนผสมของวิตามินชนิดต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณมาฉีดเข้าไปยังชั้นผิว เป็นการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ไม่ต้องรอให้เห็นผลนานแบบการทาครีมบำรุงผิว

     การลดขอบตาดำคล้ำ ด้วย 6 วิธีแบบธรรมชาติ มีอะไรบ้าง ?

    1.) ปกปิดความหมองคล้ำใต้ตา ขอบตาดำ ด้วยการใช้คอนซีลเลอร์
    ก่อนจะลงแป้งฝุ่นทุกครั้ง คนที่มีปัญหาขอบตาดำสามารถปกปิดได้ง่าย ๆ ด้วยการทาคอนซีลเลอร์ ซึ่งเป็นเครื่องสำอางที่ใช้ในการปกปิดความหมองคล้ำและจุดด่างดำบนใบหน้าได้อย่าเรียบเนียน หากเราเลือกเบอร์ให้เหมาะสมกับโทนสีผิวหน้าก็จะช่วยให้ขอบตาดำดูจางลงได้จนแทบมองไม่เห็นเลยค่ะ

    2.) ถามตัวเองก่อนว่า ดูแลตัวเองดีแล้วหรือยัง ?
    ความสดใสของผิวพรรณบนใบหน้าและใต้ดวงตา เราต้องเป็นคนทะนุถนอมร่างกายให้ดี ไม่นอนน้อย ไม่นอนดึกจนเกินไป ใครที่กำลังพบปัญหาขอบตาดำคล้ำแล้วก็ยังไม่สายที่จะหันกลับมาฟื้นฟูสุขภาพตัวเอง ลองงดดื่มเหล้าเบียร์ น้ำอัดลม กาแฟ ชา หาเวลาว่างออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนแต่หัวค่ำ เล่นโยคะ หรือหางานอดิเรกเพื่อช่วยลดความเครียดจากการทำงาน ขอบตาดำคล้ำจะค่อย ๆ ดีขึ้นจากภายในร่างกายที่แข็งแรงขึ้นค่ะ

    3.) หลีกเลี่ยงการออกแดดเป็นเวลานาน
    รังสียูวีในแสงแดดคือตัวการที่จะให้ผิวบริเวณขอบตาดำคล้ำลงกว่าเดิม การเลือกครีมกันแดดที่เหมาะสมกับทาบริเวณใต้ตาจะช่วยปกป้องผิวหนังใต้ตาจากการถูกแสงแดดทำร้ายได้ ถ้ารู้ตัวว่าวันไหนเราต้องตากแดดนาน ๆ ควรเตรียมทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวี รวมถึงสวมใส่เครื่องแต่งกายให้เหมาะสม เช่น ใส่เสื้อแจ็คเก็ตที่มีหมวกคลุมศีรษะ (Hood), สวมหมวกปีกกว้าง หรือกางร่มเพื่อปกป้องใบหน้า ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดกว่าการแก้ไขปัญหาในภายหลัง

    4.) มาส์คผิวบริเวณรอบดวงตา เพื่อช่วยลดขอบตาดำ
    - การใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือผ้าแช่เย็นประคบผิวหนังรอบดวงตา
    - ใช้พืชผักผลไม้ใกล้ตัว อย่างเช่นมะเขือเทศ ว่านหางจระเข้ แตงกวา ล้างให้สะอาด, แช่ตู้เย็นแล้วนำมาฝานบาง ๆ เพื่อประคบผิวหนังบริเวณตา
     ความเย็นมีส่วนช่วยให้หลอดเลือดเกิดการหดตัวลง ผิวรอบดวงตาได้รับความชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น จึงมีส่วนช่วยให้ขอบตาดำดูดีขึ้นได้บางส่วนค่ะ

    5.) การทาครีมบำรุงรอบดวงตา ลดขอบตาดำ
    การทาครีมบำรุงผิวที่ขอบตาและบริเวณรอบดวงตา นอกจากจะช่วยป้องกันการเกิดรอยเหี่ยวย่นแล้ว ยังช่วยลดความหมองคล้ำ ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว และรักษาขอบตาดำให้ดูดีขึ้นได้บางส่วน

    6.) ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
    หลายคนที่ดื่มน้ำเปล่าน้อย ดื่มน้ำไม่พอ มักมีปัญหาผิวหมองคล้ำ ร่างกายประสบภาวะขาดน้ำจึงไม่ค่อยแข็งแรง ใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวันประมาณ 1.5 ลิตร เพื่อให้ร่างกายรักษาสมดุลของน้ำได้ดี และมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและผิวพรรณ
สสส.


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: