ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

ดูแลผิวหน้าอย่างไร? เมื่อใส่หน้ากากอนามัยแล้วเป็น "สิว"

สิว

     ปัจจุบันที่มีการระบาดของโควิด 19 ‘หน้ากากอนามัย’ (Mask) ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ เมื่อต้องเดินทางออกจากบ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่เมื่อต้องใส่เป็นประจำทุกวัน ก็ทำให้เกิดปัญหาผิวตามมา ซึ่งหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยก็คือ ใบหน้าเริ่มมี ‘สิว’ จนบางคนถึงขั้นทำให้เกิดปัญหาผิวเรื้อรังตามมาได้ หากยังจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย (Mask) อยู่ทุกวันจะมีวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไร เพื่อให้ผิวหน้าสวยสดใส แถมการ์ดไม่ตก

    สาเหตุหลักๆ ของสิวที่เกิดจากการสวมใส่หน้ากากอนามัย (Mask) ก็คือ ความอับชื้น เหงื่อ และการสะสมของสิ่งสกปรกในหน้ากากอนามัย (Mask) จึงต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดของหน้ากากอนามัย (Mask) มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนที่แต่งหน้า บางครั้งเครื่องสำอางที่ประทินโฉมอยู่ทุกวันอาจหลุดออกมาติดกับหน้ากากอนามัย (Mask) และฝังแน่นอยู่ในเนื้อผ้า เมื่อมีการเสียดสีจะสร้างการระคายเคืองให้กับผิว ยิ่งผิวบอบบางแพ้ง่ายก็จะเกิดการระคายเคืองได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และทำให้เกิดการสะสมของสารเคมี ความมันบนผิว เหงื่อ เกิดการอุดตันนำมาสู่สาเหตุการเกิดสิว

    5 สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาสิว จากการใส่หน้ากากอนามัย (Mask) เป็นประจำ

    1. การเสียดสีของของหน้ากากอนามัย (Mask) กับผิวหน้า โดยเฉพาะเวลาที่เราพูดคุย จะมีการขยับของใบหน้า หรือการจับขยับหน้ากากอนามัย (Mask) อยู่บ่อยๆ เป็นปัจจัยทำให้ก่อเกิดสิวได้
    2. เกิดความอับชื้นที่เกิดจากเหงื่อ และละอองจากการไอจาม ความชื้นของเหงื่อ ที่อยู่ในหน้ากากทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียและเชื้อราในปริมาณที่มากกว่าปกติ ทำให้เกิดการติดเชื้อ แล้วก่อให้เกิดการอักเสบ
    3. ปัจจัยความเครียด ที่อาจเป็นผลกระทบจากโควิด 19 หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิวเห่อขึ้นได้ด้วย แต่จะไม่ให้เครียดเลยก็คงเป็นเรื่องยาก
    4. เกิดรอยกดทับบนใบหน้า ในกรณีที่หน้ากากอนามัย (Mask) มีขนาดเล็กเกินไป ทำให้ช่วงบริเวณขอบและสายคล้องจะรัดแน่น เมื่อใส่เป็นเวลานาน ก็จะทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยได้

    5. การใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับใบหน้า หากครีมหรือเครื่องสำอางที่ใช้นั้น มีส่วนผสมของน้ำมันหรือสารที่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน จะยิ่งเป็นปัจจัยก่อให้เกิดสิวง่ายมากขึ้น

    5 เทคโนโลยีช่วยฟื้นฟูผิว ห่างไกลไร้สิว

    1. Ellipse Nordlys ใช้เทคโนโลยี Selective Waveband Technology (SWT) เป็น นวัตกรรมเทคโนโลยีการรักษาผิว และฟื้นฟูสภาพผิว เช่น รอย แดงจากสิว และเส้นเลือดแดงฝอย กระ ฝ้า และจุดด่างดำต่างๆ กำจัดขนถาวร เส้นเลือดขอด และการฟื้นฟูสภาพผิว
     2. SmoothBeam เป็นเลเซอร์ชนิด Diode Laser ที่มีความยาวคลื่นแสง 1,450 นาโนเมตร ที่สามารถเข้าไปยับยั้งการทำงานของต่อมไขมัน และการลดอักเสบ มีส่วนกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนได้ด้วย นิยมใช้ในการรักษาสิวอักเสบ รอยแผลเป็นจากสิว และต่อมไขมันโต ผลข้างเคียงคือ อาจมีรอยบวมแดงหลังจากรักษา
    3. VBeam Perfecta เลเซอร์รักษารอยแดงจากการเกิดสิว รวมทั้งรักษาเส้นเลือดฝอยขอดใต้ผิวหนังด้วย
    4. Pulsed Light and Heat Energy (LHE) Therapy เป็นการใช้แสงเข้าไปทำลายเชื้อแบคทีเรียพี-แอคเน่ Acne (Propionibacterium acnes) และลดการผลิตไขมัน โดยการไปทำให้ต่อมไขมันหดตัวลง ใช้ลำแสงสีเขียวร่วมกับความร้อน เหมาะกับการใช้สำหรับรักษาสิวที่ขึ้นน้อยและปานกลาง
    5. ALA and light therapy การรักษาจะใช้น้ำยา 5-Aminolevulinic Acid กรดอัลฟาไลโปอิก (ALA) ทาบริเวณผิวหนังที่จะรักษาก่อน ALA เพื่อเพิ่มความไวต่อแสง และจึงทำการรักษาด้วยแสงสีแดงและสีน้ำเงิน เนื่องจาก ALA ทำให้ผิวหนังไวต่อแสงมากขึ้น จึงต้องมีการทาครีมกันแดด อย่างน้อย 2 วันหลังการรักษา แต่แสงสีแดง อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง คือผิวคล้ำลงชั่วคราว หรือมีรูขุมขนอักเสบได้

     หมั่นทำความสะอาดใบหน้า หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าหากมีความจำเป็นความล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง งดการแต่งหน้าหรือแต่งเฉพาะโอกาสจำเป็น เพื่อลดการอุดตันของสิว
Life Elevated


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: