ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

บุกจับคลินิกเสริมความงาม 5 แห่ง หลังพบสวมรอยใช้ซิลิโคนเถื่อน

ซิลิโคน

    บุกจับคลินิกเสริมความงาม 5 แห่ง หลังพบมีการสวมรอยใช้ซิลิโคนเถื่อนให้บริการประชาชน พร้อมตรวจยึดซิลิโคนเสริมความงามเถื่อน และยาเถื่อน นับหมื่นรายการ มูลค่ารวมกว่า 2.9 ล้านบาท

    สืบเนื่องจากการจับกุมโรงงานเถื่อนลักลอบผลิตชิ้นส่วนซิลิโคนศัลยกรรมเสริมจมูก และหน้าผาก ในจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2565 โดยจากการสืบสวนพบว่าโรงงานดังกล่าวมีการจำหน่ายซิลิโคนให้กับคลินิกเสริมความงามนับสิบแห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งการนำซิลิโคนที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้มาให้บริการเสริมความงาม อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้รับบริการได้

    ตรวจสอบสถานพยาบาลเอกชน ซึ่งมีเบาะแสว่านำซิลิโคนจากโรงงานเถื่อนมาให้บริการเสริมความงาม จำนวน 5 แห่ง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกัน โดยตรวจค้นพบซิลิโคนเสริมจมูก เสริมคาง เสริมหน้าผาก และยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา รวมกันนับหมื่นรายการ ซึ่งจากการขยายผลตรวจสอบโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า คลินิกทั้ง 5 แห่ง มีการจัดจ้างผลิตซิลิโคนเถื่อนจากโรงงานซิลิโคน ในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยเมื่อมีการแถลงผลการจับกุมโรงงานดังกล่าว ในเดือนธันวาคม ส่งผลให้ผู้รับบริการบางรายตั้งข้อสงสัยว่าคลินิกมีการนำซิลิโคนเถื่อนมาให้บริการหรือไม่ ทางคลินิกจึงนำซิลิโคนเสริมความงามที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาแสดง แต่เมื่อประชาชนรับบริการศัลยกรรมฯ ทางคลินิกกลับนำซิลิโคนที่ไม่ได้มาตรฐานมาให้บริการ พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จึงดำเนินการตรวจยึด ชิ้นส่วนซิลิโคนรูปจมูก ซิลิโคนหน้าผาก ซิลิโคนคาง ผลิตภัณฑ์ที่มีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2558 และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ได้นับหมื่นชิ้น รวมมูลค่ากว่า 2.9 ล้านบาท


    ซิลิโคนเสริมความงาม เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งใช้กับร่างกายของมนุษย์ การที่จะนำอุปกรณ์ทางการแพทย์ประเภทใดๆ ก็ตามมาให้บริการ อุปกรณ์ทางการแพทย์จะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน และได้รับการขึ้นทะเบียนจากจาก อย. เพื่อยืนยันความปลอดภัยเสียก่อน หากนำซิลิโคนที่ไม่ได้มาตรฐานมาให้บริการ ย่อมมีความสุ่มเสี่ยง ที่จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพ ร่างกายของผู้รับบริการ ทั้งการอักเสบ ติดเชื้อ หรือเสียโฉม กรม สบส. จึงขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบกิจการ และผู้ดำเนินการสถานพยาบาล กำกับดูแล มาตรฐานของสถานพยาบาลให้ถูกต้อง ตามที่กฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด หากพบว่าสถานพยาบาลแห่งใดมีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน อาทิ การให้บุคคลที่มิใช่แพทย์มาให้บริการ หรือนำยาและเวชภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการรับรองจาก อย. มาให้บริการ กรม สบส.จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายโดยไม่มีการละเว้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบ หรือมีเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายของโรงพยาบาลเอกชน/คลินิก ในเขตกรุงเทพฯ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน กรม สบส. 1426 แต่หากอยู่ในส่วนภูมิภาค ก็สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ ตามวันและเวลาราชการ
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: