ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

แนะผู้ดูแลเด็กติดเชื้อโควิด-19 ส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่อง



    4 แนวทางปฎิบัติ หากพบการติดเชื้อในครอบครัว พร้อมแนะผู้ดูแลเด็กเล็กที่ติดเชื้อโควิด-19 ชวนเด็กพูดคุยคลายกังวล จัดให้มีการติดต่อสื่อสารกับครอบครัวสม่ำเสมอ ควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่อง

    จากสถานการณ์การแพร่ระบาดและการติดเชื้อโควิด-19 ในขณะนี้ พบเด็กและครอบครัวติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมากขึ้น คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนงานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติ 4 แนวทาง ได้แก่

    แนวทางที่ 1 กรณีเด็กเป็นผู้ติดเชื้อและผู้ปกครองเป็นผู้ติดเชื้อ ให้เข้ารับการรักษา โดยเน้นให้จัดอยู่เป็นกลุ่มครอบครัว
    แนวทางที่ 2 กรณีเด็กเป็นผู้ติดเชื้อแต่ผู้ปกครองไม่เป็นผู้ติดเชื้อ ให้เด็กเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือฮอสพิเทล โดยผู้ปกครองควรมีอายุไม่เกิน 60 ปี และไม่มีโรคประจำตัว สามารถเข้าดูแลเด็กในสถานพยาบาลได้ แต่สำหรับโรงพยาบาลสนาม ควรจัดพื้นที่ให้เด็กและผู้ปกครองเป็นการเฉพาะ โดยแยกจากผู้ติดเชื้ออื่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะสัมผัสเชื้อโรคได้
    แนวทางที่ 3 กรณีเด็กไม่เป็นผู้ติดเชื้อแต่ผู้ปกครองเป็นผู้ติดเชื้อ ให้ญาติเป็นผู้ดูแล หากไม่มีญาติหรือผู้ดูแลเด็ก ให้ส่งเด็กไปยังสถานสงเคราะห์หรือบ้านพักในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้ดูแลต่อไป หรืออาจพิจารณาใช้พื้นที่สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในชุมชนเป็นที่ดูแลเด็ก

    แนวทางที่ 4 กรณีที่เกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้คณะกรรมการป้องกันโรคจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร อาจพิจารณาใช้พื้นที่สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในชุมชนเป็นโรงพยาบาลสนามเฉพาะกิจ โดยพิจารณาจากความพร้อมของสถานที่ บุคลากร และการบริการจัดการ ตามดุลพินิจของคณะกรรมการป้องกันโรคจังหวัด หรือกรุงเทพมหานคร พิจารณาให้เหมาะสมตามบริบท เพื่อดำเนินการดูแลเด็กต่อไป

    การดูแลเด็กติดเชื้อในสถานแยกกักของรัฐ โรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลสนาม ผู้ดูแลเด็ก ควรชวนเด็กพูดคุยในประเด็นที่เด็กอาจมีคำถามหรือความหวาดกลัวเพื่อเป็นการคลายความกังวล รวมถึงจัดให้มีการติดต่อระหว่างเด็กกับครอบครัวหรือเพื่อนเป็นประจำสม่ำเสมอผ่านทางออนไลน์ จัดหากิจกรรมที่เด็กชอบและสามารถทำได้ด้วยตนเองที่สอดคล้องกับพัฒนาการเด็ก เช่น งานฝีมือ การต่อจิ๊กซอว์ การเล่านิทาน เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่อง มีการสอนให้เด็กไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น หมั่นทำความสะอาดเครื่องเล่น หรือของเล่นด้วยน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป ในส่วนของการเตรียมอาหาร เน้นให้เด็กได้กินผัก ผลไม้ 5 สี เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และจัดเตรียมอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายทุกวัน นอนหลับให้เพียงพอ 9-11 ชั่วโมงต่อวัน และฝึกเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ การเว้นระยะห่างให้เป็นสุขนิสัยประจำตัว
สสส.



บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: