ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

คนอ้วนท้อง แม่และทารกเสี่ยงอันตรายอะไรบ้าง?

อ้วน

    คุณแม่ตั้งครรภ์รู้หรือไม่ว่า การที่มีน้ำหนักตัวมาก หรืออ้วนมากไปขณะตั้งครรภ์ (overweight during pregnancy) ไม่ได้ช่วยให้ทารกแข็งแรงขึ้นแต่อย่างใด และยังเป็นปัจจัยชักนำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ อย่างรุนแรงถึงขั้นแท้งบุตรได้เลยทีเดียว! ฉะนั้น มาดูกันว่า คนอ้วนท้อง จะเสี่ยงเป็นโรค หรือภาวะแทรกซ้อนอะไรได้บ้าง? พร้อมข้อควรปฏิบัติขณะตั้งครรภ์

    ภาวะน้ำหนักเกินขณะตั้งครรภ์ หมายถึง การมีน้ำหนักมากเกินไปหรืออ้วนขณะตั้งครรภ์ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ตั้งครรภ์ และสุขภาพของเด็กที่กำลังอยู่ในท้อง ภาวะอ้วนขณะตั้งครรภ์ (pregnancy-related obesity) สามารถเกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้

    1. ปริมาณอาหารที่รับเข้ามามากกว่าปริมาณการเผาผลาญ และการเคลื่อนไหว
    2. พฤติกรรมการทานอาหารที่ไม่สมดุล เช่น การทานอาหารหวาน หรือการทานอาหารหมัก หรือการทานอาหารระหว่างวันมากเกินไป
    3. การพักผ่อนน้อย และการเคลื่อนไหวน้อย ซึ่งอาจจะทำให้มีการเผาผลาญแคลอรี่น้อยลง
    4. การเป็นโรคแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อการเผาผลาญแคลอรี่ เช่น โรคเบาหวาน หรือภาวะซึมเศร้า เป็นต้น

    คนอ้วนท้อง แม่และลูกเสี่ยงอะไรบ้าง?

    1. ภาวะแท้งบุตร (Miscarriage)

    เป็นผลจากการสร้างสาร PAI-1 เพิ่มขึ้นกว่าปกติ ซึ่งเป็นสารสำคัญที่กระตุ้นทำให้เกิดภาวะแท้ง จากการศึกษาพบว่า ภาวะอ้วนขณะตั้งครรภ์มีแนวโน้มเพิ่มอัตราการแท้งบุตรมากกว่าสตรีตั้งครรภ์น้ำหนักปกติถึง 1.31 เท่า และเกิดภาวะแท้งซ้ำซากถึง 3.5 เท่า นอกจากนี้ภาวะอ้วนยังเพิ่มการเกิดความพิการแต่กำเนิดอีกด้วย เมื่อเทียบกับหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีภาวะอ้วน

    2. ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ (Hypertensive disorders)

    การที่ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง จะทำให้เซลล์ผนังหลอดเลือดทำงานผิดปกติ การไหลเวียนเลือดไม่มีประสิทธิภาพ เกิดแรงดันในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีภาวะความดันโลหิตสูงตามมา

    3. ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational diabetes mellitus)

    เป็นผลจากภาวะดื้ออินซูลินทำให้มีการกระตุ้นตับให้สร้างและผลิตน้ำตาลเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงาน และกลับเข้าสู่เซลล์ได้ ส่งผลให้เกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ตามมา


    4. ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน (Thromboembolic disorders)

    การตั้งครรภ์ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดช้าลงทำให้เลือดแข็งตัวง่าย และเกิดเป็นลิ่มเลือดอุดตันตามมา หากมีภาวะน้ำหนักเกินร่วมด้วย จะทำให้การไหลเวียนของหลอดเลือดล่าช้าลง

    5. ทารกตัวโต (Macrosomia)

    ภาวะดื้ออินซูลินจะกระตุ้นตับให้สร้าง และผลิตน้ำตาลออกมาเพิ่มขึ้น และถูกส่งผ่านไปยังทารกในครรภ์ ในขณะที่อินซูลินของมารดาไม่สามารถผ่านรกไปสู่ทารกได้ ทำให้ตับอ่อนของทารกสร้างอินซูลินออกมามากขึ้น และนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ทารกในครรภ์ตัวโต และมีน้ำหนักตัวแรกเกิดมากกว่าอายุครรภ์

    ข้อควรปฏิบัติขณะตั้งครรภ์
    การดูแลเพื่อควบคุมน้ำหนักในสตรีตั้งครรภ์กลุ่มนี้คือ การส่งเสริมให้ปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสม และต่อเนื่อง โดยเน้นที่พฤติกรรมด้านการบริโภค และด้านกิจกรรมทางกาย ซึ่งมีวิธีการ ดังนี้

     ด้านการบริโภคอาหาร

    1. ทานกรดโฟลิก 5 มิลลิกรัม/วัน ครั้งแรกที่มาฝากครรภ์ และไอโอดีนเสริม 150 ไมโครกรัม/วัน เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต และพัฒนาการทางระบบประสาทที่ดี ป้องกันทารกผิดปกติแต่กำเนิด

    2. ควรรับประทานในรูปคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ได้แก่ ธัญพืช ข้าวไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ เป็นต้น รวมทั้งงด และหลีกเลี่ยงอาหารหวาน เช่น ขนม ลูกอม ช็อคโกแลต เยลลี่ เป็นต้น

    3. กลุ่มอาหารประเภทกากใย ได้แก่ ผัก และผลไม้ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดการดูดซึมน้ำตาล ไขมัน และโคเลสเตอรอล และอาหารกลุ่มนี้ยังผ่านลำไส้ได้ช้าทำให้รู้สึกอิ่มนาน

    4. กลุ่มแคลเซียม เช่น ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง และนมซึ่งเป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีที่สุด โดยเน้นให้ดื่มนมไขมันต่ำ นมจืดพร่องมันเนย หรือนมขาดมันเนยเป็นประจำทุกวัน

    ด้านกิจกรรมทางกาย

    1. เคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง เช่น การทำงานบ้าน การลุกเดินผ่อนคลาย หรือหลังรับประทานอาหารเสร็จ เป็นต้น ไม่ควรนั่ง หรือนอนเป็นเวลานาน

    2. แนะนำให้ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น การเดิน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และโยคะ เป็นต้น โดยต้องประเมินความพร้อมของสตรีตั้งครรภ์ก่อนการออกกำลังกาย
ชีวิตดีดีGEDGoodLife


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: